Skip to Content

วิธีใช้งาน Personal Access Token

หากคุณเป็นคนที่ใช้งาน GitHub ผ่าน Terminal หรือ Command Line การใช้ git push หรือ git pull จำเป็นต้องมีการยืนยันตัวตน (Authentication) ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่ GitHub ปรับเปลี่ยนเพื่อให้ข้อมูลของเราปลอดภัยขึ้น การใช้ PAT (Personal Access Token ) เปรียบเสมือน "กุญแจสำรอง" ที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อมอบให้แอปพลิเคชันหรือเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นๆ โดยเฉพาะ
29 ธันวาคม ค.ศ. 2025 โดย
วิธีใช้งาน Personal Access Token
PWD Vision Works Co.,Ltd., PWD
| ยังไม่มีความคิดเห็น

ในอดีต เราสามารถใช้ Username และ Password ของ GitHub ในการยืนยันตัวตนผ่าน Git ได้โดยตรง แต่ปัจจุบัน GitHub ได้ยกเลิกวิธีการนี้ไป

ด้วยเหตุผลหลักๆ คือ:

  • ความเสี่ยงจากการถูกดักข้อมูล: หากรหัสผ่านหลักของคุณหลุดไป ผู้ไม่หวังดีจะเข้าถึงบัญชี GitHub ของคุณได้ทั้งหมด 100%

  • การจัดการสิทธิ์: รหัสผ่านปกติไม่สามารถจำกัดสิทธิ์ได้ (เช่น ให้แค่อ่านอย่างเดียว หรือให้เข้าถึงเฉพาะบาง Repository)

  • การยกเลิกสิทธิ์: หากคุณทำรหัสผ่านหลุด คุณต้องเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ทั้งหมด ซึ่งกระทบกับทุกเครื่องที่ใช้งาน แต่ PAT (Personal Access Token) สามารถยกเลิก (Revoke) เป็นรายสิทธิ์ ได้

Personal Access Token (PAT) คือทางออกที่ดีกว่าอย่างไร?

PAT เปรียบเสมือน "กุญแจสำรอง" ที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อมอบให้แอปพลิเคชันหรือเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นๆ โดยเฉพาะ ซึ่งมีข้อดีคือ:

  • Fine-grained Control: เลือกได้ว่าจะให้ Token นี้ทำอะไรได้บ้าง (เช่น เข้าถึง Repo ได้ แต่ลบ Repo ไม่ได้)

  • Expiration Date: ตั้งวันหมดอายุได้ เพื่อความปลอดภัยที่รัดกุมขึ้น

  • Traceability: เราสามารถตรวจสอบได้ว่า Token ไหนถูกใช้งานล่าสุดเมื่อไหร่

สรุป: การเปลี่ยนมาใช้ Personal Access Token ไม่ใช่แค่การทำตามกฎของ GitHub เท่านั้น แต่มันคือการยกระดับความปลอดภัยให้กับ Source Code และโปรเจกต์สำคัญของคุณให้รอดพ้นจากการถูกโจรกรรมข้อมูล

เมื่อเราเข้าใจเหตุผลและความสำคัญแล้ว ขั้นตอนถัดไปเรามาดู วิธีการสร้างและติดตั้ง PAT ลงในเครื่อง เพื่อให้กลับมาทำงานได้อย่างลื่นไหลกันครับ

สร้าง Personal Access Token


generate token


  • คลิก Generate new token (classic)

generate token


  • กำหนดชื่อ และระยะเวลาสิ้นสุด
  • เลือก scope: repo

PAT set Repo scope

  • เลื่อนลงไปด้านล่างสุดแล้วคลิก Generate Token
  • คัดลอก token ที่ได้เพื่อนำไปใช้


เริ่มต้น Git repository:

กลับมาที่ Terminal ของเรา เปลี่ยนไดเรคทอรี่ไปที่ทำงานของเราแล้ว git initial กันก่อนเลยครับ

   cd /home/devuser/computer_vision
git init

Git init

การตั้งค่า Git User

ตรวจสอบการตั้งค่า git user ว่าในเครื่องที่เราใช้งานอยู่ปัจจุบัน ได้ถูกกำหนดค่าหรือยัง และตรงกับบัญชีหรือไม่ ด้วยคำสั่ง
git config --global user.name
git config --global user.email

หากไม่ตรงให้กำหนดหรือตั้งค่าใหม่ดังนี้

git config --global user.name "ชื่อของคุณ"
git config --global user.email "อีเมลของคุณ"

กรณีตัวอย่าง 

Git config


เพิ่ม remote repository

   git remote add origin https://github.com/username/repository.git

สามารถใส่ token ใน URL ได้ (แต่ไม่แนะนำนะครับ ไม่ปลอดภัย) เช่น git remote add origin https://[YOUR_TOKEN]@github.com/username/repository.git

# ตรวจสอบ remote

git remote -v

ตั้งค่า credential helper

# เก็บ credentials ไว้ 15 นาที (ไม่ต้องใส่ token ซ้ำ)   

git config --global credential.helper 'cache --timeout=900'
# หรือเก็บถาวร (ไม่แนะนำ - แต่สะดวก)
git config --global credential.helper store


Push ไปยัง remote

ตรวจสอบ branch ปัจจุบัน

git branch 

# ถ้ายังไม่มี branch main ให้สร้าง:

git branch -M main
เพิ่มไฟล์และ commit
git add .
git commit -m "Initial commit"   
git push -u origin main
   # เมื่อถาม Username: ใส่ GitHub username

   # เมื่อถาม Password: ใส่ Personal Access Token (ไม่ใช่รหัสผ่าน!)

git config

ตรวจสอบผลลัพธ์

-------------------------------------------------
git remote -v
git branch -a
git log --oneline


git config

เรียบร้อย หลังจากนี้เราก็สามารถพัฒนาโค้ดบน Github และเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้ด้วยความปลอดภัย

ใน Github
ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อแสดงความคิดเห็น