Raspberry Pi เขย่าวงการอีกครั้ง! เปิดตัว Raspberry Pi AI HAT+ 2
เมื่อ Generative AI รันได้ “บนบอร์ดเล็ก ๆ” โดยไม่ต้องง้อ Cloud
ถ้าคุณเป็นสาย Raspberry Pi, Edge AI หรือชอบทดลองเทคโนโลยีใหม่ ๆ ปีนี้บอกเลยว่า มีเรื่องให้ตื่นเต้นสุด ๆ
ล่าสุด Raspberry Pi เพิ่งเปิดตัวของเล่นใหม่ที่เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโลก Maker นั่นคือ Raspberry Pi AI HAT+ 2 บอร์ดเสริมตัวแรงสำหรับ Raspberry Pi 5 ที่ยกระดับคำว่า “AI on the Edge” ไปอีกขั้น
นี่ไม่ใช่แค่บอร์ด AI ธรรมดา แต่คือการเปิดประตูสู่โลกของ
- Generative AI แบบ on-device
- รัน LLM ได้จริง โดยไม่ต้องพึ่ง Cloud
ใช่ครับ… Raspberry Pi ตัวเล็ก ๆ ของเราทำได้ถึงขนาดนี้แล้ว
จุดเด่นที่ทำให้ AI HAT+ 2 ไม่ธรรมดา
หัวใจสำคัญของ AI HAT+ 2 คือชิป Hailo-10H
ซึ่งให้พลังประมวลผลสูงถึง 40 TOPS (INT4) พร้อม RAM ในตัว 8 GB
พูดง่าย ๆ คือ
“แรงพอจะรันโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้จริง ไม่ใช่แค่เดโม”
โมเดลที่ Raspberry Pi ระบุว่าสามารถใช้งานได้ เช่น
DeepSeek-R10-Distill
Llama 3.2
Qwen 2.5
นี่คือระดับ Large Language Models (LLMs) ที่ก่อนหน้านี้เราคุ้นเคยกับการรันบน Cloud หรือ GPU Server เท่านั้น
แต่วันนี้… ย้ายมาอยู่บนโต๊ะทำงานของเราได้แล้ว
และทั้งหมดนี้ในราคาประมาณ 130 ดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อเทียบกับพลังที่ได้ บอกเลยว่า คุ้มแบบ Maker ใจสั่น
ทำไม “On-device GenAI” ถึงสำคัญมาก (โดยเฉพาะในไทย)
การที่ AI รันได้บนอุปกรณ์โดยไม่ต้องส่งข้อมูลขึ้น Cloud มีข้อดีมหาศาล เช่น
ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
ไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา
ตอบสนองเร็ว เสถียร
ลดค่า Cloud ระยะยาว
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ตรงโจทย์บริบทประเทศไทยมาก
โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐ, โรงงาน, โรงเรียน, โรงพยาบาล และ SME
ไอเดียการประยุกต์ใช้ในบริบทประเทศไทย
มาดูกันว่าถ้า AI HAT+ 2 มาอยู่ในมือคนไทย เราจะเอาไปทำอะไรได้บ้าง
1. ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (Smart Security)
กล้องตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ
วิเคราะห์ภาพ + สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย
ไม่ต้องส่งภาพออกนอกสถานที่ (เหมาะกับหน่วยงานรัฐ / โรงงาน)
2. Smart Factory / Smart Site
ใช้ LLM วิเคราะห์เหตุผิดปกติจาก Sensor
สั่งงานเครื่องจักรด้วยภาษาธรรมชาติ
ทำงานได้แม้โรงงานอยู่พื้นที่สัญญาณไม่เสถียร
3. AI Tutor สำหรับโรงเรียน / มหาวิทยาลัย
AI ผู้ช่วยสอนเฉพาะหลักสูตรไทย
ทำงาน offline ได้
เหมาะกับโรงเรียนต่างจังหวัด หรือ Lab การเรียนรู้
4. ระบบผู้ช่วยในสถานพยาบาล
วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นโดยไม่ส่งข้อมูลผู้ป่วยออกไป
ใช้เป็น AI Assistant สำหรับเจ้าหน้าที่
5. Smart City เวอร์ชันประหยัด
วิเคราะห์ภาพจราจร
ควบคุมไฟ / ป้าย / ระบบแจ้งเตือน
ใช้ Raspberry Pi + AI HAT+ 2 เป็น Node กระจายตามพื้นที่
อัปเกรดจาก AI HAT+ รุ่นแรก: ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม
ถ้าใครจำได้ AI HAT+ รุ่นแรก (ปลายปี 2024)
ยังโฟกัสหนักไปที่ Computer Vision เป็นหลัก
Generative AI ยังทำได้จำกัด
แต่ AI HAT+ 2 คือคำตอบของช่องว่างนั้น
“จาก Edge AI → สู่ Edge GenAI อย่างแท้จริง”
นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า Raspberry Pi กำลังจริงจังกับ
AI ระดับ Production บน Edge Device
สรุป: นี่ไม่ใช่แค่บอร์ดใหม่ แต่คือ “ทิศทางอนาคต”
Raspberry Pi AI HAT+ 2 ไม่ใช่แค่ของเล่นใหม่
แต่มันสะท้อนว่า
AI กำลัง ลงมาอยู่ใกล้ผู้ใช้มากขึ้น
Edge Device กำลัง ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ
Maker, นักศึกษา, SME ไทย มีโอกาสสร้างนวัตกรรมระดับโลกได้จริง
ถ้าคุณกำลังสนใจ
Edge AI
GenAI
Raspberry Pi 5
บอกเลยว่า ปีนี้คือปีที่ห้ามพลาดเด็ดขาด
และ AI HAT+ 2 อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์เจ๋ง ๆ ที่ “เกิดในไทย แต่ไปไกลระดับโลก” ก็ได้
ถ้าสนใจ เดี๋ยวบทความถัดไปเรามาลอง
ไอเดียโปรเจกต์จริง + Architecture บน Raspberry Pi 5 + AI HAT+ 2
กันแบบจับต้องได้ครับ


